ผมหงอกก่อนวัย เกิดจากอะไร และอะไรที่ยังพอทำได้
ผมหงอกก่อนวัยคืออะไร นับจากอายุเท่าไหร่
ผมหงอกก่อนวัย หมายถึงเส้นผมเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือเทาเร็วกว่าช่วงอายุที่คนส่วนใหญ่ในเชื้อชาติเดียวกันจะเริ่มหงอก เกณฑ์ไม่ได้นับจากจำนวนเส้น แต่นับจากว่าเริ่มเมื่อไหร่
ทางผิวหนังวิทยาแบ่งเกณฑ์ตามเชื้อชาติ เพราะแต่ละกลุ่มเริ่มหงอกไม่พร้อมกันโดยธรรมชาติ
| กลุ่มเชื้อชาติ | ถือว่าหงอกก่อนวัยเมื่อเริ่มก่อนอายุ |
|---|---|
| คนผิวขาว (Caucasian) | 20 ปี |
| คนเอเชีย | 25 ปี |
| คนแอฟริกัน | 30 ปี |
ที่มาของเกณฑ์นี้ มาจากตำราและงานทบทวนวรรณกรรมทางผิวหนัง ไม่ใช่ค่าจากการสำรวจประชากรไทยโดยตรง และงานทบทวนที่ใหม่กว่าบางฉบับไม่ได้ระบุตัวเลขของคนเอเชียไว้ จึงควรใช้เป็นกรอบคร่าวๆ ไม่ใช่เส้นตัดสิน
ถ้ายึดตามเกณฑ์นี้ คนไทยที่เริ่มเห็นผมหงอกตั้งแต่ก่อนอายุ 25 ปี ถือว่าเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเอง
ส่วนคนที่มาเจอตอนอายุ 30 ต้นๆ แม้จะรู้สึกว่าเร็วเกินไป แต่ตามเกณฑ์แล้วยังอยู่ในช่วงที่พบได้ทั่วไป คำถามที่ควรถามต่อจึงไม่ใช่ “ผิดปกติไหม” แต่เป็น “มีสาเหตุที่ดูแลได้ซ่อนอยู่หรือเปล่า”
เข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด: เส้นผมไม่ได้ค่อยๆ จางจากดำเป็นขาว
เส้นผมแต่ละเส้นได้สีของมันมาตั้งแต่ตอนถูกสร้างในรากผม เส้นที่งอกออกมาขาว คือขาวมาตั้งแต่ต้นราก ไม่ใช่เส้นดำเดิมที่ค่อยๆ ซีดลง
สิ่งที่เพิ่มขึ้นตามเวลาคือสัดส่วนของเส้นขาวต่อเส้นดำบนหัว ไม่ใช่ความเข้มของเส้นเดิมที่ลดลง
เรื่องนี้สำคัญมากกับการตัดสินใจ เพราะมันอธิบายว่าทำไมไม่มีอะไรทาลงบนเส้นที่ขาวไปแล้วแล้วทำให้มันกลับมามีสีได้เอง สิ่งที่ยังพอทำอะไรได้คือรากผมที่ยังผลิตเม็ดสีอยู่ ณ วันนี้
สาเหตุของผมหงอกก่อนวัย 6 ข้อ
ในทางปฏิบัติ คนหนึ่งคนมักมีมากกว่าหนึ่งข้อพร้อมกัน ข้อแรกเปลี่ยนไม่ได้ แต่ข้อ 3 ถึง 6 มีส่วนที่จัดการได้จริง
1. พันธุกรรม — ปัจจัยที่หนักที่สุด
พันธุกรรมเป็นตัวกำหนดหลักว่าใครจะเริ่มหงอกอายุเท่าไหร่ ถ้าพ่อหรือแม่เริ่มหงอกตั้งแต่อายุน้อย โอกาสที่ลูกจะเริ่มเร็วตามก็สูงขึ้น
พูดกันตรงๆ ตรงนี้: ส่วนนี้แก้ไม่ได้ ไม่มีอาหารเสริม เซรั่ม หรือวิตามินตัวไหนไปเปลี่ยนยีนได้
สิ่งที่ทำได้คือไม่เร่งให้เร็วขึ้นไปกว่าที่พันธุกรรมกำหนดไว้ ซึ่งคืองานของอีก 5 ข้อที่เหลือ
2. อายุของรากผม และระบบต้านอนุมูลอิสระที่ลดลง
เซลล์สร้างเม็ดสีในรากผมไม่ได้อยู่ตลอดไป มันมีรอบการทำงานและมีเซลล์ต้นกำเนิดคอยเติมกำลังพลให้
เมื่ออายุมากขึ้น เซลล์ต้นกำเนิดกลุ่มนี้ลดจำนวนลง รากผมที่เคยผลิตสีได้เต็มที่จึงผลิตได้น้อยลงเรื่อยๆ จนหยุดไป
พร้อมกันนั้นเอนไซม์ที่คอยกำจัดของเสียจากกระบวนการเผาผลาญในเซลล์ก็ทำงานได้น้อยลงด้วย รายละเอียดส่วนนี้อยู่ในหัวข้อกลไกถัดไป
3. ความเครียดสะสม
ความเครียดเป็นข้อที่คนพูดถึงมากที่สุดและเข้าใจคลาดเคลื่อนมากที่สุดเช่นกัน
งานวิจัยปี 2563 ในวารสาร Nature พบว่าการกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งเป็นระบบที่ทำงานเวลาร่างกายอยู่ในภาวะตื่นตัวหรือเครียด ทำให้เซลล์ต้นกำเนิดเมลาโนไซต์ในรากผมถูกใช้จนหมดไป
ต้องระบุให้ชัดว่างานวิจัยนี้ทำในหนู ไม่ใช่การทดลองในคน จึงบอกได้ว่ามีกลไกที่เป็นไปได้ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าความเครียดในคนทำให้หงอกมากน้อยแค่ไหน
อ่านรายละเอียดเรื่องนี้แบบเต็มได้ที่บทความ เครียดแล้วผมหงอกจริงไหม
4. ขาดวิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก
ภาวะที่พบร่วมกับผมหงอกก่อนวัยบ่อยคือการขาดวิตามินบี 12 และภาวะธาตุเหล็กต่ำ
ทั้งสองอย่างตรวจได้จากการเจาะเลือด และเป็นกลุ่มที่ดูแลให้กลับมาปกติได้ถ้ารู้ว่าขาดจริง
จุดที่ต้องระวังคือ การเสริมทั้งที่ไม่ได้ขาดไม่ได้ทำให้ดีขึ้น และธาตุเหล็กที่เกินความจำเป็นสะสมในร่างกายได้ ควรตรวจก่อนเสริมเสมอ
5. ไทรอยด์และภาวะสุขภาพอื่น
ไทรอยด์ที่ทำงานผิดปกติ ทั้งต่ำและสูง พบร่วมกับผมหงอกก่อนวัยได้
ถ้าผมหงอกมาพร้อมกับน้ำหนักเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ ใจสั่น ขี้หนาวหรือขี้ร้อนผิดปกติ เหนื่อยง่าย หรือผมร่วงทั้งหัว ให้พบแพทย์เพื่อตรวจ อย่าเพิ่งไปมองที่เส้นผมอย่างเดียว
ในกรณีแบบนี้ผมหงอกเป็นแค่สัญญาณ ไม่ใช่ตัวปัญหา
6. สูบบุหรี่ และสารเคมีที่หนังศีรษะเจอซ้ำๆ
การสูบบุหรี่พบร่วมกับผมหงอกก่อนวัยชัดเจน กลไกที่อธิบายกันคือภาระอนุมูลอิสระที่เพิ่มขึ้นทั้งร่างกาย รวมถึงในรากผมด้วย
อีกส่วนคือหนังศีรษะที่เจอสารเคมีซ้ำๆ จากการย้อมถี่เกินไป ซึ่งไม่ได้ทำให้เม็ดสีธรรมชาติกลับมา และยังรบกวนสภาพรากผมเพิ่มอีก
ถ้ากำลังย้อมถี่อยู่ ลองอ่าน ย้อมผมบ่อยทำให้ผมร่วงไหม และ วิธีปิดผมหงอกแบบไม่ใช้สารเคมีแรง ประกอบ
เกิดอะไรขึ้นในรากผม: เมลาโนไซต์ catalase และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
สีผมมาจากเม็ดสีชื่อเมลานิน ที่สร้างโดยเซลล์ชื่อเมลาโนไซต์ในรากผม ทุกครั้งที่เส้นผมงอกขึ้นมาใหม่ เซลล์กลุ่มนี้จะฉีดเม็ดสีเข้าไปในเส้นผมที่กำลังก่อตัว
เซลล์ต้นกำเนิดของเมลาโนไซต์คือคลังสำรอง คอยเติมเซลล์ใหม่ให้ทุกรอบการงอกของเส้นผม เมื่อคลังนี้ลดลง รากผมนั้นก็ผลิตเม็ดสีได้น้อยลงจนหยุด และเส้นที่งอกออกมาก็ไม่มีสี
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ร่างกายสร้างเอง
ทุกเซลล์ที่ทำงานจะมีของเสียจากการเผาผลาญออกมา หนึ่งในนั้นคือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่ช่างใช้ฟอกสีผม เพียงแต่ปริมาณน้อยกว่ามาก
ปกติร่างกายมีเอนไซม์ชื่อ catalase คอยสลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ให้กลายเป็นน้ำกับออกซิเจน ระบบนี้ทำงานทั้งชีวิตโดยที่เราไม่รู้ตัว
ปัญหาคือ catalase ทำงานได้น้อยลงตามอายุ เมื่อตัวสลายลดลงแต่ของเสียยังเกิดเท่าเดิม ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จึงค่อยๆ สะสมในรากผม
ผลคือรากผมโดนฟอกสีจากข้างในอย่างช้าๆ และตัวเมลาโนไซต์เองก็ทำงานลำบากขึ้นในสภาพแวดล้อมแบบนั้น
เมื่อเข้าใจกลไกนี้ จะเห็นว่าทำไมแนวทางที่มีเหตุผลจึงไปทางลดภาระออกซิเดชันและประคองรากผมที่ยังทำงานอยู่ ไม่ใช่การไล่เติมสีให้เส้นที่ขาวไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่กลุ่มเปปไทด์อย่าง Greyverse (Palmitoyl Tetrapeptide-20) ถูกพูดถึง และเป็นสารสำคัญในเปปไทด์ชะลอหงอก My Organic
วัตถุดิบตั้งต้นก็ต้องมีพอ
เมลานินสร้างจากกรดอะมิโนชื่อไทโรซีน ซึ่งได้จากโปรตีนในอาหาร ถ้ากินโปรตีนไม่พอต่อเนื่อง วัตถุดิบตั้งต้นของเม็ดสีก็ไม่พอไปด้วย
รายละเอียดว่าควรได้โปรตีนเท่าไหร่และจากอะไรบ้าง อยู่ในบทความ โปรตีนสำหรับเส้นผม
สิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่ทำไม่ได้
หัวข้อนี้เป็นหัวใจของบทความ ถ้าอ่านแค่ส่วนเดียวให้อ่านส่วนนี้
สิ่งที่ทำไม่ได้ — พูดตรงๆ
- เส้นผมที่ขาวไปแล้วกลับมาดำเองไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้เซรั่ม อาหารเสริม แชมพู หรือสมุนไพรตัวไหน เพราะสีถูกกำหนดตั้งแต่ตอนสร้างเส้นในราก
- ไม่มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรืออาหารเสริมตัวใดทำให้ผมกลับมามีสีอย่างถาวร ใครโฆษณาแบบนั้นคือเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้พูด
- ผมหงอกจากพันธุกรรมล้วนๆ ชะลอได้จำกัดกว่ากรณีที่มีสาเหตุร่วมอย่างการขาดสารอาหารหรือไทรอยด์
- ไม่มีวิธีไหนบอกล่วงหน้าได้ว่าใครจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ เพราะจุดตั้งต้นของแต่ละคนไม่เท่ากัน
สิ่งที่ทำได้จริง
1. ตรวจหาสาเหตุที่ดูแลได้ก่อน โดยเฉพาะคนที่หงอกเร็วผิดสังเกต การเจาะเลือดดูวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และการทำงานของไทรอยด์ ให้คำตอบที่ชัดกว่าการเดา
2. ลดสิ่งที่เร่งให้เร็วขึ้น เลิกบุหรี่คือข้อที่ให้ผลกับสุขภาพโดยรวมมากที่สุด ตามด้วยการนอนให้พอและจัดการความเครียดเรื้อรัง
3. ให้วัตถุดิบตั้งต้นพอ โปรตีนพอในแต่ละมื้อ และอาหารหลากหลายพอที่จะได้วิตามินแร่ธาตุครบ
4. ดูแลรากผมที่ยังผลิตเม็ดสีอยู่ ส่วนนี้คือที่ทางของกลุ่มเปปไทด์บำรุงหนังศีรษะ เป้าหมายคือชะลอ ไม่ใช่ย้อนกลับ และผลที่คาดหวังได้จะเกิดกับเส้นที่ยังไม่หงอกเท่านั้น ดูรายละเอียดเปปไทด์ชะลอหงอก My Organic
5. เลือกวิธีปิดสีที่อ่อนโยนกับหนังศีรษะ ถ้าต้องการให้ผมดูมีสีตอนนี้เลย การปิดสีคือคำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุด และเลือกวิธีที่ไม่ทำร้ายหนังศีรษะได้
สรุปให้สั้นที่สุด: ย้อนกลับไม่ได้ แต่ชะลอส่วนที่เหลือได้ และยิ่งเริ่มตอนที่ยังมีเส้นดำเยอะ ยิ่งมีอะไรให้ประคอง
เมื่อไหร่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ผมหงอกตามอายุไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบไปหาหมอ แต่มีสัญญาณที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญดู
- หงอกชัดเจนก่อนอายุ 20 ปี
- หงอกเร็วมากภายในไม่กี่เดือน จากที่ไม่เคยมีมาก่อน
- มาพร้อมผมร่วงเป็นหย่อม หรือผมบางลงทั้งหัว
- มาพร้อมอาการทั่วร่างกาย เช่น เหนื่อยง่ายผิดปกติ น้ำหนักเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ ใจสั่น ชาปลายมือปลายเท้า
- มีผิวด่างขาวเป็นหย่อมร่วมด้วย
กลุ่มนี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่เริ่มจากการซื้อผลิตภัณฑ์บำรุง
ส่วนคนที่ตรวจแล้วไม่พบอะไรผิดปกติ และอยากวางแผนดูแลระยะยาว ปรึกษาเภสัชกรได้ที่ร้าน MyPharma เราคุยกันได้ว่าอะไรเหมาะกับสภาพผมและงบของคุณ รวมถึงบอกตรงๆ ว่าอะไรที่ไม่คุ้มจะซื้อ
ดูช่องทางปรึกษาเภสัชกร หรือทำความรู้จักเภสัชกรผู้ดูแลเนื้อหาของเราได้
โทร 091-879-1946 · LINE @mypharma · ร้านอยู่ที่ 2/38 ซอย 4 ตำบลเหมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20130 เปิดทุกวัน 8.00 ถึง 20.00 น. ตอบแชท 9.00 ถึง 20.00 น.
หมายเหตุ: การขายยาทางอินเทอร์เน็ตทำไม่ได้ตามกฎหมาย การพูดคุยเรื่องยาต้องทำกับเภสัชกรที่ร้านเท่านั้น